เม้าท์เนมรุต Mt. Nemrut

 

เม้าท์เนมรุต Mt. Nemrut

เม้าท์เนมรุตเป็นภูเขาตอนกลางของประเทศตุรกี ดินแดนประวัติศาสตร์บนคาบสมุทรอนาโตเลีย เม้าท์เนมรุตเป็นที่ตั้งสุสานหลวงของอดีตราชณาจักรโบราณคอมมาจีนี่ ราชอาณาจักรที่หลอมรวมวัฒนธรรมโรมันและเปอร์เซียเข้าด้วยกัน ก่อนถูกผนวกควบรวมเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันในที่สุด เม้าท์เนมรุตนอกจากจะเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์อันติโอคัสที่ 1 ยังเป็นดินแดนสำหรับทำพิธีกรรมต่อเหล่าเทพกรีก อาร์เมเนียน และเปอร์เซีย และเป็นแหล่งบันทึกประวัติศาสตร์สำคัญบนภูเขาเม้าท์เนมรุต สำหรับการมีอยู่จริงของอาณาจักรคอมมาจีนี่ ที่เกิดจากการล้มสลายลงของจักรวรรดิเซลิวสิด

 

เม้าท์เนมรุต Mt. Nemrut

เม้าท์เนมรุตตั้งอยู่บนภูเขาสูง 2,134 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นหนึ่งในยอดเขาสูงสุดของเทือกเขาทอรัส ตอนกลางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี ดินแดนประวัติศาสตร์บนคาบสมุทรอนาโตเลีย เม้าท์เนมรุตเป็นที่ตั้งของซากรูปสลักหินรูปทรงต่างๆ จำนวนมาก เช่น รูปศีรษะคนในเครื่องตกแต่งตามฐานันดร รูปสัตว์ต่างๆ แผ่นหินสลักรูปนูนต่ำ บัลลังก์หิน เป็นต้น ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นสุสานหลวงที่สร้างขึ้นในราว 100 ปีก่อนคริสตกาล

 

สถานที่ตั้งและรายละเอียดของเม้าท์เนมรุต

เม้าท์เนมรุด ตั้งอยู่ห่างจากเมืองคาห์ตาไปทางเหนือราว 49 กิโลเมตร ใกล้กับเมืองอะดิยามัน ซึ่งในอดีตราว 62 ปีก่อนคริสตกาล กษัตริย์อันติโอคัสที่ 1 หรือ ธีออสแห่งคอมมาจีนี่ กษัตริย์ชาวอาร์เมเนียแห่งอาณาจักรคอมมาจินี่ ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นเทพเจ้าและเป็นเพื่อนหรือมีความสัมพันอันดีกับโรมันและกรีก ได้สร้างสุสานหลวงของพระองค์บนยอดเขาเม้าท์เนมรุตแห่งนี้ได้รับการปกปิดไว้อย่างดี (แม้จะมีงานโบราณคดีมากมายมาขุดหาพระศพแต่ก็ยังไม่เคยพบเลย)

 

เม้าท์เนมรุต : ประวัติของอาณาจักรคอมมาจินี่

ในช่วงการสู้รบขับเคี่ยวการขึ้นมาเป็นใหญ่เหนือดินแดนโดยรอบเม้าท์เนมรุตระหว่างจักรวรรดิโรมันทางฝั่งตะวันตกกับอาณาจักรเปอร์เซียปาร์เธียนทางฝั่งตะวันออก ราชอาณาจักรคอมมาจินี่ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐเล็กๆ ทายาทของจักรวรรดิเซลิวสิด ที่แตกออกจากการพ่ายแพ้แก่กองทัพโรมันในสมรภูมิแมคเนเซีย เมื่อปี 190 ก่อนคริสตกาล ที่ขั้นกลางระหว่างทั้งสองจักรวรรดิ นำโดยกษัตริย์มิธริดาเตสที่ 1 และข้าหลวงของพระองค์ได้ประกาศอิสรภาพจากอิทธิพลใด ๆ ของทั้งสองอาณาจักร

ราชอาณาจักรคอมมาจีนี่ปกครองภูมิภาคตอนกลางฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรอนาโตเลีย บริเวณเม้าท์เนมรุตมาเกือบสองศตวรรษระหว่างปี 109-72 ก่อนคริสตกาล เป็นอารยธรรมที่เกิดจากการหลอมรวมกันระหว่างวัฒนธรรมและความเชื่อของมาซิโดเนียกับเปอร์เซีย ซึ่งกษัตริย์มิธริดาเตส คาลลินิคัส หรือ มิธริดาเตสที่ 1 เป็นผู้ก่อตั้งอาณาจักรที่สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าดาริอุสมหาราชแห่งราชวงศ์อะคามีนิด และพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งมาซิโดเนีย

หลังการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์มิธริดาเตสที่ 1 ในปี 64 ก่อนคริสตกาล โอรสของกษัตริย์อันติโอคัสที่ 1 ได้อ้างสิทธิในการครองบัลลังก์และปกครองอาณาจักรเล็ก ๆ แห่งเม้าท์เนมรุตของพระองค์ต่อไป จนกระทั่งได้มีการลงนามสนธิสัญญากับทั้งโรมันและเปอร์เซียปาร์เธียน ซึ่งการกระทำของกษัตริย์อันติโอคัสเป็นการคิดไปเองว่า ราชอาณาจักรของพระองค์และตัวพระองค์ มีความสำคัญเทียบเท่ากับทั้งสองจักรวรรดิซ้าย-ขวาที่เป็นคู่ปรับกัน ในที่สุดแล้วพระองค์ก็ถูกโรมันปลดจากตำแหน่งผู้ปกครองรัฐในปี 38 ก่อนคริสตกาล เป็นการปิดฉากราชอาณาจักรคอมมาจีนี่แห่ง เม้าท์เนมรุต อย่างแท้จริง

 

เม้าท์เนมรุต : สุสานหลวงและแหล่งโบราณคดี

ระเบียงสุสานฝั่งตะวันออก (East Terrace) บนยอดเขาเม้าท์เนมรุต เป็นแหล่งรูปสลักหินที่สมบูรณ์ที่สุดแม้จะได้รับความเสียหาย โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ส่วนหัวที่มักไม่ได้ตั้งติดอยู่กับร่าง ถูกวางตั้งระเกะระกะรวมอยู่กับซากแท่นบูชา และกระจัดกระจายอยู่ทั่วสุสานบนยอดเขาเม้าท์เนมรุตแห่งนี้ ในขณะที่ศีรษะของรูปสลักหินทั้งหลาย โดยเฉพาะจมูกจะถูกทุบทำลาย แสดงให้เห็นถึงเจตนาในการทำลายเพื่อลบล้างอำนาจ ความเชื่อ และความศักดิ์สิทธ์ของเหล่าเทพบนยอดเขา เม้าท์เนมรุต ซึ่งรูปปั้นทั้งหมดที่ถูกทำลายไม่ได้รับการซ่อมแซมบูรณะให้อยู่ในตำแหน่งเดิมตอนแรกสร้าง

หมู่สุสานและวิหารที่งดงามแห่งนี้ ถูกขนาบด้วยรูปสลักหินขนาดใหญ่สูง 8-9 เมตร เพื่อเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่และรุ่งโรจน์ของกษัตริย์อันติโอคัส โดยมีสิงโตสองตัว นกอินทรีสองตัว และเหล่าเทพของกรีก อาร์เมเนียน และเปอร์เซีย เช่น เทพซุส-อะราแมซด์ (Zeus-Aramazd) หรือ เทพโอรามัสเดส (Oramasdes) ซึ่งเชื่อมโยงกับ อะฮูร่า มาซด้า (Ahura Mazda) เทพสูงสุดของศาสนาโซโรแอสเตอร์ เทพเฮอร์คิวลิส-วาฮันก์ เทพไทเช-บาคท์ และเทพอะพอลโล-มีห์ร-มิธราส ซึ่งเคยเป็นเทพสำคัญประจำอาณาจักรคอมมาจีนี่ และมีการจารึกนามไว้บนรูปสลักหิน รูปสลักนูนต่ำในสุสานหลวงบนยอดเขาเม้าท์เนมรุต เป็นภาพแสดงสาแหรกของกษัตริย์อันติโอคัส ที่พระชนกมีเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษชาวเปอร์เซีย ขณะที่ทางพระชนนีสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์เซลิวสิด

ขณะที่ระเบียงสุสานฝั่งตะวันตก (West Terrace) บนยอดเขาเม้าท์เนมรุต ได้รับการดูแลเก็บรักษาทางโบราณคดีน้อยกว่า แต่ศีรษะของรูปสลักหินได้รับความเสียหายน้อยกว่า และเป็นที่ตั้งของพระเศียรของกษัตริย์อันติโอคัสที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์เหมือนได้รับการอนุรักษ์อย่างดี ที่แห่งนี้เราจะได้เห็นรูปสลักราศีสิงห์ด้วยลวดลายคล้ายดาว เป็นสัญลักษณ์ของการทำลายของกษัตริย์อันติโอคัสที่ 1

 

เม้าท์เนมรุต : ชุมทางแห่งอารยธรรมตะวันออกและตะวันตก มรดกโลกแห่งอาณาจักรคอมมาจีนี่

อาณาจักรคอมมาจีนี่ที่ตั้งอยู่บริเวณเม้าท์เนมรุต ได้กลายเป็นรัฐที่ทรงพลังที่สุดของภูมิภาคอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง และซากโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมอื่นที่ยังคงหลงเหลือเป็นมรดกให้เราได้รู้จัก สามารถพบเห็นได้ในจังหวัดอะดิยามัน ซึ่งห่างจากเม้าท์เนมรุต มาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว 74 กม. เช่น สุสานหลวงของบรมวงศานุวงศ์หญิงของราชวงศ์คอมมาจีนี่ ที่รู้จักในนาม “สุสานหลวงนกอินทรียักษ์” หรือ คาราคัส ภายในประดับด้วยแท่นสูง 4 ต้น ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงซากเสาต้นเดียวกับรูปสลักนกอินทรีอยู่บนยอดเสา และซากเมืองโบราณแห่งเปร์รี่ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 นครใหญ่ของอาณาจักรคอมมาจีนี่ ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านปิรินหรือปิรัน ออกนอกเมืองอะดิยามันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราว 5 กม. เคยเป็นเมืองแห่งน้ำของจักรวรรดิโรมัน ซึ่งมีร่องรอยน้ำพุโรมัน และสุสานหินมากกว่า 200 หลุมตั้งอยู่ทั่วอาณาบริเวณ เป็นต้น

 

เม้าท์เนมรุต : แหล่งมรดกโลกของยูเนสโก้

เม้าท์เนมรุต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโก้ในปีค.ศ. 1987 นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเยี่ยมชมแหล่งมรดกโลกเม้าท์เนมรุต นี้ได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงตุลาคม โดยเมืองอะดิยามันเป็นเมืองแวะพักเตรียมพร้อมก่อนการเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาเม้าท์เนมรุต ซึ่งมีทั้งรถโดยสารนักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่ม รถยนต์ส่วนตัวหรือเช่าเหมา และการเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์บินชมธรรมชาติในอาณาบริเวณของเม้าท์เนมรุต ก่อนร่อนลงเที่ยวชมสุสานหลวงเม้าท์เนมรุต

 

เม้าท์เนมรุต : ดินแดนอาทิตย์อรุณฉายที่สุดงดงาม

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญสำหรับการมาเยือนเม้าท์เนมรุต คือการได้เพลิดเพลิดไปกับพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ โผล่พ้นยอดเขากษัตริย์อันติโอคัสและขอบฟ้า จากแสงสีแดงระเรื่อค่อยๆ เปลี่ยนเปล่งประกายเป็นลำแสงสีส้มอมเหลือง ทะลุผ่านหมู่เมฆสีเทาเข้มที่เพิ่งผ่านพ้นยามราตรีกาล ที่ค่อย ๆ เผยรูปสลักหินของเหล่าเทพซึ่งเป็นพยานของมีอยู่จริงของอาณาจักรคอมมาจีนี่บนยอดเขาเม้าท์เนมรุต

 

สำหรับท่านใดที่สนใจประวัติศาสตร์บนคาบสมุทรอนาโตเลีย เม้าท์เนรุตเป็นอีกแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญในภูมิภาคตอนกลางของตุรกี เป็นดินแดนที่ให้ทำให้เราเข้าใจการหลอมรวมกันของหลายอารยธรรม วัฒนธรรมจากดินแดนตะวันออกอย่างเปอร์เซียที่เข้ามามีบทบาทบนคาบสมุทรอนาโตเลียแห่งนี้มาช้านาน และวัฒนธรรมจากดินแดนตะวันตกอย่างกรีกโบราณและโรมันที่เข้ามาสร้างสิ่งก่อสร้างมากมายไว้บนคาบสมุทรแห่ง

 

สนใจรายละเอียดโปรแกรมโปรดสอบถามข้อมูล โทร. 02-5874982 หรือ ฝ่ายขาย FB กล้ากล้าเที่ยว