กรุ๊ปเหมากรีซ

กรุ๊ปเหมากรีซ : Ep.2 อารามลอยฟ้าบนแท่งหินแห่งเมทีโอร่า

Episode แรกเราไปรีวิวเรือนำเที่ยวเกาะภูเขาไฟที่ซานโตรินี่มาแล้ว วันนี้จะขอเล่าถึงอารามลอยฟ้าน่าทึ่งที่เมืองเมทีโอร่ากันบ้าง ที่นอกจากตัวอารามจะไปอยู่บนแท่งหินขนาดมหึมาที่มีอยู่มากมายในเมืองเมทีโอร่าแล้ว อารามแห่งนี้ยังเป็นอารามเก่าแก่มาแต่โบราณที่นักบวชในสมัยแรกเริ่มต้องใช้วิธีปีนป่ายชักรอกเอาตัวขึ้นไปยังอารามด้านบนอย่างทุลักทุเล ซึ่งแสดงถึงความเพียรและความศรัทธาของพระสงฆ์ทั้งหลายเป็นอย่างมาก ผู้ที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวกรีซ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุ๊ปเหมากรีซ ล้วนแล้วต้องรีเควสต์ให้ผนวกเส้นทางอารามลอยฟ้าบนแท่งหินนี้เข้าไปด้วยทั้งสิ้น

เมืองเมทีโอร่านั้นตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศกรีซ หากเดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเอเธนส์ก็จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง  แต่ทั้งนี้ถ้าต้องการเที่ยวประเทศกรีซแบบไม่ต้องนั่งรถย้อนไปย้อนมา นักท่องเที่ยวก็มักจะวางแผนการเดินทางโดยบินไปลงที่เมืองเทสซาโลนีกี(Tessaloniki) ที่อยู่ห่างออกไปทางตอนเหนือประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วใช้วิธีการลัดเลาะท่องเที่ยวไปตามเมืองระหว่างทางจนถึงเมืองเมทีโอร่า

สิ่งที่ทำให้เมืองเมทีโอร่าเป็นที่กล่าวขวัญถึงนั่นก็คือภูมิประเทศที่แปลกประหลาด มีรูปแบบทางธรณีวิทยาที่แตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ นั่นก็คือจะมีภูเขาหินเกิดขึ้นอยู่มากมาย มีลักษณะเป็นแท่งหินขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วไป ให้อารมณ์เหมือนเขาอวตาลในจีนก็ว่าได้ เพียงแต่ที่เมทีโอร่าภูเขาหินจะมีความอ้วนใหญ่ ลูกโต และเกลี้ยงเกลากว่า ในยามเช้าและยามเย็นจะมีแสงสาดส่องลอดมุมเทือกเขาหินเหล่านี้ดูสวยน่าประทับใจเป็นอย่างมาก

นอกจากธรรมชาติภูเขาหินที่สวยงามแปลกตาของเมืองเมทีโอร่าแล้วสิ่งที่น่าทึ่งและทำให้สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้นั้นก็คือ สำนักสงฆ์ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนแท่งหิน และเมื่อได้รู้ว่าในอดีตอารามแห่งนี้ไม่ได้มีสะพานหรือทางเดินเชื่อมสู่ตัวแท่งหินแต่อย่างใด เป็นเพียงอารามที่อยู่บนยอดสุดอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีแม้แต่บันไดไต่ขึ้นไปก็ยิ่งทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมชม และเมืองนี้ก็ได้กลายเป็นเมืองแห่งการแสวงบุญของผู้มีศรัทธาจากทั่วทุกสารทิศ

อารามแห่งเมทีโอร่านั้นเกิดจากนักบวชในสมัยโบราณเมื่อก่อนช่วงคริสตศตวรรษที่ 11 เหล่าพระสงฆ์ในบริเวณนี้จะอาศัยกันในซอกหิน หรือถ้ำเล็กๆ และเพื่อความเงียบและเป็นส่วนตัวจึงอาศัยในซอกถ้ำที่สูงขึ้นและเข้าถึงได้ยากกว่าพื้นที่ทั่วไป หลังจากนั้นมาในระยะหลังเริ่มกมาการรุกรานจากศัตรูและการทำสงครามระหว่างเมือง ทำให้นักบวชต้องหนีขึ้นไปอยู่ให้สูงขึ้นอีกเพื่อให้ยากต่อการคุกคาม และเหล่าผู้รุกรานก็ยังไม่วายหาทางเข้าบุกทำลายได้อีก คราวนี้ถึงไม้ตายสุดท้ายนั่นก็คือย้ายไปอยู่บนแท่งหินอันโดดเดี่ยวมันเสียเลย ไม่มีสะพาน ไม่มีทางเดินเชื่อมต่อยังไงก็ไม่สามารถเข้ามาทำร้ายโจมตีได้อย่างแน่นอน จากนั้นมานักบวชก็เริ่มก่อสร้างเป็นอารามหลังเล็กๆ จากกระเช้าและนั่งร้านลำเลียงเศษไม้ และสิ่งของต่างๆ ชักรอกขึ้นไปยังยอดเขา หลังจากนั้นก็ขยายบริเวณโดยรอบให้มีสวนปลูกผัก ปลูกดอกไม้ ใช้เป็นที่สวดภาวนาตามวิถีอย่างสงบ เมื่อไหร่ที่ต้องเดินทางไปยังที่อื่นๆ เพื่อนำสเบียงจำเป็นมากักตุนก็จะใช้วิธีโรยตัวลงมายังพื้นที่ด้านล่าง เชื่อมต่อกับแนวหน้าผาใกล้เคียงเป็นอยู่อย่างนี้มาอย่างยาวนาน ซึ่งต่อมาในสมัยปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้เกิดเป็นถนนและทางเดินที่สามารถเข้าถึงตัวอารามได้แล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวอย่างเราสามารถเที่ยวชมได้โดยง่าย ถึงแม้ว่าอาม่าอาอึ้มจะบ่นบ้างว่าเดินไกล แต่เมื่อเทียบกับความบากบั่นของคนสมัยโบราณที่กว่าจะห้อยโหนขึ้นไปยังอารามได้นั้นนับว่าสบายกว่าหลายพันเท่า

กรุ๊ปเหมากรีซ
กรุ๊ปเหมากรีซ

กรุ๊ปเหมากรีซ : อารามแห่งเมทีโอร่า
มุมมองจากข้างทางก่อนถึงอารามแห่งเมทีโอร่า ในมุมนี้สามารถเห็นอารามตั้งอยู่บนยอดภูเขาหินอย่างโดดเดี่ยวชัดเจน ทำให้รู้สึกทึ่งเป็นอย่างมากว่ามีอารามอยู่บนนั้นได้ยังไงกัน

กรุ๊ปเหมากรีซ : วิวโดยรอบเมืองเมทีโอร่า
ภูมิทัศน์แปลกตาที่มีภูผาหินตั้งตระหง่านอยู่ทั่วไป ดูแล้วก็เหมือนมาเจอพี่น้องของเทือกเขาอวตาลแห่งกรีซ

สิ่งที่อารามแห่งนี้มอบให้แก่ชาวโลกนั้นไม่ใช่เพียงแต่เป็นอารามที่ไปตั้งอยู่บนยอดเขาอย่างน่าอัศจรรย์เท่านั้น แต่อารามแห่งนี้ยังคงรักษาวัฒนธรรมโบราณของที่นี่ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ซึ่งสมัยโบราณที่นี่เป็นแหล่งวัฒนธรรมเฮเลนิค(Hellenic) ที่ค่อยๆเลือนหายไปจากกลืนกินของจักรวรรติออตโตมันที่เคยรุกรานและปกครองดินแดนแห่งนี้ ด้วยความโดดเดี่ยวของอารามโบราณ ทำให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมเฮเลนิคได้จากอารามแห่งนี้อีกด้วย

เมื่อมาเที่ยวที่เมทีโอร่าแล้ว จะพบว่าถนนหนทางบริเวณนี้ค่อนข้างลดเลี้ยวเคี้ยวคด ใช้เวลาเดินทางลัดเลาะแนวสันเขาอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว  เมื่อเรามาถึงแล้วรถแวะจอดถ่ายรูปอยู่ในบริเวณชุมชนที่สามารถมองเห็นแท่งหินที่มีอารามลอยฟ้าตั้งอยู่ด้านบนได้อย่างง่ายได้ นี่ก็เป็นอีกวิวหนึ่งที่สามารถเก็บภาพประทับใจได้อย่างงดงาม จากนั้นรถขับอ้อมแนวภูเขาและมุ่งตรงไปยังลานจอดรถอีกฝากหนึ่ง เพื่อให้พวกเราเดินไปยังตัวอาราม เส้นทางจากลานจอดรถค่อนข้างเดินไกลและเลี้ยวไปเลี้ยวมา ถนนขนาดไม่ใหญ่โตมาก สามารถมองเห็นวิวโดยรอบได้อย่างชัดเจน จากนั้นจึงเป็นทางเชื่อมเข้ากับภูเขาหินก้อนนี้ พวกเราก็เติมตามขั้นบันไดไปอีกระยะหนึ่งจนกระทั้ง…แต่นแตนแต๊นนนน …. ได้มาถึงตัวอารามจนได้

กรุ๊ปเหมากรีซ
กรุ๊ปเหมากรีซ

กรุ๊ปเหมากรีซ : ซุ้มกุหลาบที่หน้าทางเข้า
นอกจากตัวอารามอิฐแดงที่ดูสะอาดสะอ้านเป็นอย่างมากแล้วยังมีซุ้มประตูต้อนรับที่ปลูกกุหลาบเป็นช่อสวยงามมากๆ

กรุ๊ปเหมากรีซ : ซูมอัพดอกกุหลาบสีส้ม
เหล่ามวลดอกไม้ที่ปลูกเอาไว้ในบริเวณอารามและที่สวนหย่อมมีความอุดมสมบูรณ์สดชื่นมากๆ เป็นเพราะว่าที่นี่อากาศดีมากตลอดทั้งปีนั่นเอง

ที่หน้าทางเข้าตัวอารามมีซุ้มประตูที่ปลูกดอกกุหลาบเป็นธีมสีคุมโทนอย่างชัดเจน เป็นที่ชื่นชอบของพวกเรามากเพราะว่าดอกกุกลาบใหญ่มาก และดูสวยสมบูรณ์แบบ สมกับที่แม่ชีได้มาปลูกเอาไว้ต้อนรับผู้มาเยือน พวกเราก็ถ่ายรูปกันไปหลายชัตเตอร์

ตัวอารามนั้นทำมาจากก้อนหินเก่าแก่ก่อรวมกันเป็นกำแพงและแซมเป็นเส้นสายดูสวยงามจากอิฐสีส้มที่จะเห็นได้ในแบบเดียวกันนี้ในโบสถ์โบราณในยุโรป โถงทางเดินนำเราไปสู่อาคารห้องต่างๆ ดูสะอาดสะอ้านสวยงาม เห็นแล้วรู้สึกประทับใจและน่าทึ่งๆเป็นอย่างมาก เมื่อย้อนนึกไปถึงตอนสร้างใหม่ๆ ในคริศตวรรษที่ 12 แล้วแทบไม่อยากจะเชื่อว่าอารามสวยสะอาดตาสีอิฐ มีโดมหลังคาแปดเหลี่ยมแห่งนี้เคยเริ่มต้นมาจากเศษไม้เศษหินมาก่อน

กรุ๊ปเหมากรีซ
กรุ๊ปเหมากรีซ

กรุ๊ปเหมากรีซ : อารามก่อด้วยหินเก่าแก่และแซมลวดลายเส้นด้วยอิฐแดง
ความงามที่บ่มเพาะมาจากอดีตกาลจากเศษไม้เศษหินกลายมาเป็นอารามอันทรงคุณค่าจนได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้

กรุ๊ปเหมากรีซ : สวนเล็กในบริเวณอาราม
ตกแต่งสวนด้วยไม้ดอกทั้งในกระถางตามทางเดินและที่สนามหญ้า ทำให้เพิ่มความรู้สึกสวยงามน่ารักขึ้นมากลบความเคร่งขรึมได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

เราเดินต่อไปตามสเต็บบันไดอีกหน่อยมองเห็นสวนเล็กๆ ที่เหล่าแม่ชีมาปลูกกันเอาไว้ มีกระถางเล็กๆ น่ารักปลูกไม้ดอกมากมายหลากหลายสีสันตั้งอยู่ตามทางเดิน ทำให้รู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก อีกทั้งอากาศที่นี่ก็ดีแสนบริสุทธิ์ มาแล้วก็ต้องหายใจลึกๆ เอาออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าปอดให้คุ้มค่าแก่การเดินทางซะหน่อย

จบสิ้นทริปเยี่ยมเยือนอารามลอยฟ้าแห่งเมทีโอร่าแล้วเรามารู้ตัวอีกทีก็นั่งโซ้ยเส้นสปาเก็ตตี้ไก่อบไปจานเบ้อเริ่มในร้านอาหารใกล้เคียง จะไม่ให้กินจานใหญ่ใส่ไปเต็มพุงได้ยังไงเพราะเดินตั้งแต่ลานจอดรถกว่าจะถึงตัวอารามแสนสวย กว่าจะเดินชมสวนไม้ดอกหลากสีสันและสำรวจบริเวณโดยรอบ รวมถ่ายรูปวิวทิวทัศน์อันน่าทึ่ง ก็ปาเข้าไป 2 ชั่วโมงอย่างไม่รู้ตัว เดินซะหมดแรงมันก็ต้องจัดหนักกันหน่อย

กรุ๊ปเหมากรีซ
กรุ๊ปเหมากรีซ

กรุ๊ปเหมากรีซ : สปาเก็ตตี้ไก่อบสไตล์กรีซ
เส้นเหนียวนุ่มที่มากับไก่อบน่ารับประทาน

กรุ๊ปเหมากรีซ : อีกมุมหนึ่งที่มองเห็นอารามอยู่บนยอดหินผา
เห็นแล้วแอบท้อที่จะต้องเดินไปให้ถึงตัวอาราม แต่ด้วยความมีเสน่ห์ของที่นี่ทำให้เรามารู้ตัวอีกทีก็สองชั่วโมงเข้าไปแล้วกับที่แห่งนี้ (เดินเพลินลืมเหนื่อยไปเลย)

ใน Episode หน้าเราจะมาเล่าถึงสถานที่เที่ยวน่าทึ่งแห่งไหนของกรีซรอติดตามกันนะ รับรองว่าน่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะสำหรับผู้สนใจทำกรุ๊ปเหมากรีซ


เพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อ Update ข่าวสารและโปรโมชั่น
แชร์โพสต์นี้
Scroll to Top