อินเดียใต้

ทัวร์อินเดียใต้ : ท่องวัฒนธรรมทมิฬนาฑู 8 วัน บิน TG

ทัวร์อินเดียใต้ ท่องวัฒนธรรมทมิฬนาฑู แบบวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออก ไทย กัมพูชา บาหลี มอญ พม่า ชมเทวาลัยใหญ่โตแกะลายสลักเสลาสวยงามน่าทึ่ง ด้วยความยิ่งใหญ่อลังการท่านจะตื่นตาตื่นใจและมองย้อนกลับไปถึงวัฒนธรรมรอบตัวที่เราคุ้นเคยอย่างไม่น่าเชื่อ เที่ยวชมทัวร์อินเดียใต้ -ทมิฬนาฑู ฟังบรรยายตลอดทริปโดยอาจารย์วิทยากรด้านโบราณคดีสอดแทรกเนื้อหาประวัติศาสตร์ศิลป์ จากที่ดูแล้วเห็นว่าสวยแต่ไม่เข้าใจ ทริปนี้ได้เที่ยวชม เห็นกระจ่าง เพลิดเพลินคุ้มค่ากว่าไปเที่ยวเองเป็นไหนๆ

ทัวร์อินเดียใต้ ·เมืองมรดกโลกมหาบาลีปุรัม : รากเหง้าวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทัวร์อินเดียใต้ ·เทวาลัยไกลาสนาถแห่งกาญจีปุรัม : เลอเลิศด้วยงานแกะสลักสุดวิจิตร
ทัวร์อินเดียใต้ ·เทวาลัยมีนักษีสุนทเรศวร : เทวาลัยทั้งสี่ทวารยิ่งใหญ่ สูงตระหง่าน สง่างามมาก
ทัวร์อินเดียใต้ ·เทวาลัยพฤหธิศวร : เทวาลัยหินแกรนิตที่สวยสมบูรณ์ที่สุดในโลก
ทัวร์อินเดียใต้ ·ศาสนธานีศรีรังคาม : เทวาลัยฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ทัวร์อินเดียใต้ 
·บรรยายตลอดทริปโดยอาจารย์โบราณคดีศิลปากร
ทัวร์อินเดียใต้ ·มีอาหารไทยเสริมให้ตลอดทริป เป็นที่ถูกใจสำหรับผู้ไม่คุ้นเคยอาหารอินเดีย

เดินทาง : 24-31 มกราคม 2566
ราคาทัวร์ : 59,900 บาท *กรุณาอัพเดทราคาอีกครั้งเมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคม2565*

โปรแกรมการเดินทาง อินเดียใต้
ทัวร์อินเดียใต้
วันแรก    สุวรรณภูมิ-เจนไน

ทัวร์อินเดียใต้
วันที่สอง    เจนไน-กาญจีปุรัม-มหาบาลีปุรัม

ทัวร์อินเดียใต้
วันที่สาม    มหาบาลีปุรัม – พูดุชเชอรี

ทัวร์อินเดียใต้
วันที่สี่    พูดุชเชอรี่ -จิตัมพรัม-ตันจาวูร์

ทัวร์อินเดียใต้
วันที่ห้า    ตันจาวูร์

ทัวร์อินเดียใต้
วันที่หก    ตันจาวูร์-ติรุชชิรัปปัลลิ – มธุไร

ทัวร์อินเดียใต้
วันที่เจ็ด    มธุไร-สนามบิน

ทัวร์อินเดียใต้
วันที่แปด     สุวรรณภูมิ

เดินทาง : 24-31 มกราคม 2566
ราคาทัวร์ : 59,900 บาท   พักเดี่ยวจ่ายเพิ่ม 6,500 บาท
*กรุณาอัพเดทราคาอีกครั้งเมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคม2565*

อาจารย์ปติสร  เพ็ญสุต
วิทยากรพิเศษ ทัวร์อินเดียใต้ จบปริญญาเอกจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 

ทัวร์อินเดียใต้

ประสบการณ์

  • อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์
  • อาจารย์พิเศษวิชาไทยศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ผลงาน
หนังสือ คริสตศิลป์กระจกสี โบสถ์คริสต์ในไทย

  • บรรยายทริปท่องประวัติศาตร์ไทย เส้นทาง อยุธยา สุโขทัย เพชรบุรี พระประแดง
  • บรรยายทริปนครวัด-นครธม ปราสาทในเขตพระนคร

ข้อมูลที่เที่ยวน่าสนใจในโปรแกรม ทัวร์อินเดียใต้
ทัวร์อินเดียใต้ ที่เป็นเส้นทางฮอตฮิตและกล่าวขวัญถึงจะอยู่ในรัฐทมิฬนาฑู เนื่องจากจะมีความหลากหลายทั้งด้านภูมิประเทศ ศิลปะและวัฒนธรรม อีกทั้งยังร่ำรวยด้านประวัติศาสตร์ความเชื่อของคนที่นี่ สิ่งที่เป็นความคิดความเชื่อของคนอินเดียใต้ได้ถ่ายทอดออกมาทางศิลปะ ศาสนา สิ่งปลูกสร้างอันยิ่งใหญ่ เรามาดูว่าสถานที่เหล่านี้น่าสนใจเพียงใดจนท่านตั้งตัดสินใจแพคกระเป๋าเดินทางไปทัวร์อินเดียใต้กับบีเจอร์นีไลฟ์และอาจารย์วิทยกรผู้ทรงคุณวุฒิในแบบ เที่ยวสบาย บรรยายสนุก สไตล์บีเจอร์นีไลฟ์ทราเวล

กาญจีปุรัม(Kanchipuram)  
เมืองโบราณเก่าแก่อายุกว่า 1,300 ปี ถือได้ว่าเป็นดังเมืองทอง หรือ เมืองศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 7 แห่งของฮินดู เคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ปัลลวะ เหล่านักแสวงบุญชาวฮินดูทั้งหลายจะเดินทางมายังเมืองนี้และอาศัยจนกระทั่งก่อสร้างศาสนสถานเอาไว้ที่เมืองนี้มากมาย นอกจากเรื่องศาสนาแล้วเมืองนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องผ้าไหมอีกด้วย ดังนั้นท่านที่เดินทางมากับ ทัวร์อินเดียใต้ เมื่อเข้าสู่กาญจีปุรัมก็อาจอดใจไม่ไหวต้องหาซื้อผ้าไหมอินเดียมาแต่งกายให้เข้ากับบรรยากาศ

  • เทวลัยไกลาสนาถ (Kailasanatha Temple) 
    สร้างถวายแต่องค์พระอิศวร ซึ่งงดงามด้วยงานแกะสลักหิน
  • เทวาลัยเอกัมพเรศวร  (Ekambareshvara Temple) ซึ่งมีศิวลึงก์ทำด้วยดิน ที่ชาวฮินดูถือพระศิวะ หรือไศวะนิกายต้องจาริกมาบูชา ภายในบริเวณเทวลัย มีต้นมะม่วงอายุราว 3,000 ปี
  • ทวาลัยไวกูณฐเปรุมาล (Vaikuntha Perumal Temple) สร้างถวายพระวิษณุ ภายในมีรูปปั้นพระวิษณุปางยืน นั่ง และนอน ไม่มีในที่อื่น

มหาบาลีปุรัม (Mahabalipuram)
เรียกอีกอย่างว่าเมืองมามัลละปุรัม ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าทางการค้าของราชวงศ์ปัลลวะ และชื่อมามัลละปุรัม มาจากคำว่า Maha-Malla แปลว่า นักมวยปล้ำที่ยิ่งใหญ่ สืบเนื่องจากกีฬามวยปล้ำเป็นกีฬายอดนิยมในสมัยนั้น ซึ่งเป็นฉายาของพระเจ้านรสิงห์วรมันที่ 1หลังจากได้ครองราชย์และได้ขยายอำนาจครอบคลุมบริเวณดินแดนแถบนี้ และส่งอิทธิพลของศิลปะปัลลวะไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น กัมพูชา เวียดนาม ไทย อินโดนีเซีย สิ่งก่อสร้างที่ปัจจุบันที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในบริเวณเมืองนี้ สร้างขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 7-9

ทัวร์อินเดียใต้

ทัวร์อินเดียใต้
เทวาลัยชอร์ (Shore Temple)

เทวาลัยชอร์ (Shore Temple) ตั้งอยู่ริมทะเลติดชายหาด สร้างถวายพระวิษณุและพระศิวะ ในสมัยพระเจ้านรสิงห์วรมันที่2 ระหว่างปีค.ศ.700-728 เทวาลัยสร้างจากหินแกรนิตที่ถูกตัดเป็นก้อน ๆ แล้วนำมาประกอบขึ้นเป็นตัวเทวาลัย จากนั้นแกะสลักเป็นรูปต่าง ๆ ด้วยฝีมือของช่างอินเดียใต้ พบมีการจารึกไว้ในศิลามีชื่อเรียกเทวาลัยแห่งนี้ว่า “ราชสิงเหศวร”  

งานแกะสลักหน้าผาภกิรถะ (Bhagiratha’s Pennance) หรือหน้าผาอชุณา Ajuna’s Penance เป็นภาพแกะสลักนูนต่ำบนหน้าผา ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 7 มีความยาวประมาณ 32 เมตรและสูงประมาณ 14 เมตร บรรยายเกี่ยวกับตำนานของแม่น้ำคงคาไหลมาจากสวรรค์สู่มนุษย์โลก ในหน้าฝนน้ำที่ไหลบ่าผ่านหน้าผาแห่งนี้ เปรียบเสมือนน้ำจากแม่น้ำคงคาไหลลงสู่แม่น้ำเบื้องล่างและภาพแกะสลักของมหากาพย์ภารตะ

พิพิธภัณฑ์โบราณคดี (Archaeological Museum) ภายในพิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมงานแกะสลักที่งดงามของช่างฝีมือในสมัยราชวงศ์ปัลลวะ ที่ขุดพบในบริเวณพื้นที่เมือง

เมืองพูดุชเชอรี่ (Puducherry)
อดีตเมืองท่าและเมืองอาณานิคมของฝรั่งเศสในอินเดีย  พูดุชเชอรี่ มาจากคำว่า ปูตูเจอริ Puducheri ในภาษาทมิฬ แปลว่า เมืองใหม่ เคยเป็นที่ตั้งของสถานีการค้าและเขตอาณานิคมของฝรั่งเศส และมีหลักฐานยืนยันได้ว่าที่นี่เคยเป็นแหล่งติดต่อทางการค้ากับโรมันตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 1สินค้าก็เป็นจำพวกเส้นไหมสำหรับทอผ้า เครื่องดินเผา และ อัญมณีต่าง ๆ ปัจจุบันที่ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการศึกษาและเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของอินเดียใต้ ตึกรามบ้านช่องในพูดุชเชอรี่ได้รับอิทธิพลของฝรั่งเศสมาก ทำให้สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ออกมาในสไตล์โคโลเนียน Colonial หรือยุคอาณานิคมเช่น โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิค อนุสาวรีย์ต่าง ๆ ในทัวร์อินเดียใต้ นี้จะพาท่านเดินเล่นชมเมืองถ่ายรูปเก๋ๆ ในมุมต่างๆ อย่างสนุกสนาน หลังจากเที่ยวชมโบราณสถานในวันก่อนหน้านี้มาเยอะแล้ว

เมืองจีตัมพรัม (Chidambaram)
หนึ่งในเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของอินเดีย  มีศาลบูชาพระศิวะเล็กอยู่บริเวณคุ้งของแอ่งน้ำนี้ ซึ่งฤาษีวยักราปตะและปทันจรี ได้มาขอพรด้วยการบำเพ็ญตบะที่ศาลแห่งนี้ ปัจจุบันเรียกว่า ติรุโมลานัฎฐา Tirumoolanathar ซึ่งยังผลให้พระศิวะในภาคศิวนาฏราชปรากฏกายและร่ายรำต่อหน้าเทพทั้งสอง ต่อมาได้สร้างโรงระบำที่หลังคาปิดด้วยแผ่นทองคำเปลวครอบบริเวณที่พระศิวะปรากฏ  

  • เทวาลัยจิตรัมพรัม หรือ เทวาลัยนาฏราช (Nataraja Temple) ซึ่งตั้งอยู่กลางใจเมือง สร้างโดยราชวงศ์โจฬะในศตวรรษที่ 9 เพื่อถวายแด่พระศิวนาฏราช เทพแห่งการฟ้อนรำ อาคารหลังคาทองคำที่ประดิษฐานรูปพระศิวะซึ่งเชื่อว่าเป็นบริเวณที่พระศิวะปรากฏกาย สร้างโดยพระเจ้าเจตวรมัน สุนทรา ปัณฑยะ แห่งราชวงศ์ปัณฑยะ ซึ่งปกครองในระหว่างปีค.ศ.1251-1272 เพื่อถวายพระศิวะและเป็นอนุสรณ์แห่งความสำเร็จในการครองราชย์ของพระองค์ด้วย เทวาลัยมีโคปุระขนาดสูงใหญ่ ซึ่งโคปุระด้านตะวันออกจะจำลักเป็นรูปท่าร่ายรำ 108 ท่าของพระศิวะ อันเป็นที่มาของท่วงท่าการร่ายรำของนาฏศิลป์ภารตนาฏยัม อันเป็นศิลปะชั้นสูงของอินเดีย ภายในจะมีสถานที่สำหรับทำพิธีสวมมงกุฎของราชวงศ์โจฬะ และด้านนอกเทวาลัยมีราชรถที่ใช้ประกอบพิธีทางศาสนาที่แกะสลักอย่างสวยงามและเก่าแก่จอดเรียงอยู่ด้วย

ตัญชาวูร์ (Thanjavur)
เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นราชธานีแห่งโจละและได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกถึงสองครั้ง นั่นคือปี 1987 ประกาศให้เทวาลัยพฤหธิศวรแห่งเมืองตัญชาวูร์เป็นมรดกโลก และในปี 2004 ประกาศซ้ำใหม่อีกครั้งให้ เป็น “มหาเทวาลัยโจฬะที่มีชีวิต (Great Living Chola Temples) ร่วมกับเทวาลัยกังไกโกณฑะโจฬะปุรัม และ เทวาลัยทาราสุรัม

  • เทวาลัยคงไคกอนดาโจฬิศวาระ (Gangaikondacholisvara) หรือ เทวาลัยคงไคกอนดาโจฬะปุราม Gangaikondacholopuram สร้างโดยพระเจ้าราเชนทรา ที่ 1 (พระโอรสของพระเจ้า ราชาราชาโจฬะ) เพื่อถวายแด่พระศิวะในช่วงต้นศตวรรษที่ 11 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเทวาลัยของพระศิวะ Shivalingam ที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียตอนใต้ ประตูทางเข้าขนาดใหญ่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ถูกประดับประดาด้วยภาพและลวดลายที่งดงามของสราวตีเทวี ภายห้องบูชาขนาดใหญ่ที่สร้างครอบศิวลึงค์ที่สูง 4 เมตรและมีห้องบูชารโหฐานสำหรับเหล่าราชนิกูลของราชวงศ์แยกต่างหาก ขณะที่โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมถูกออกแบบเป็นยอด 9 ชั้น สูง 185 เมตร โดยได้รับอิทธิพลทางศิลปะจากเทวาลัยภริหดิศวระ ที่เมืองธันชาวูร์ เทวาลัยแห่งนี้ยังได้เป็นมรดกโลก UNESCO World Heritage site
  • เทวาลัยไอราเตศวาระ (Airadeshwara) ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลดาราสุราม ห่างจากเมืองกุมพะโกนัมประมาณ 4 กม.มาทางทิศตะวันตก ไอราเตศวาระ นั้นมาจาก ไอราวัต ชื่อของช้างเผือกศักดิ์สิทธิ์ เทวาลัยสร้างในสมัยพระราชา ราชาโจฬะที่ 2 ครองราชย์ในระหว่างปีค.ศ.1146-63 เทวาลัยถูกจัดให้เป็นตัวอย่างงานสถาปัตยกรรมดีเลิศของราชวงศ์โจฬะ ในช่วงปีศตวรรษที่ 12 และผลงานแกะสลักจำนวนมากถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังธันชาวูย์ ซึ่งเทวาลัยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของ “เหล่าเทวาลัยของราชวงศ์โจฬะที่ยิ่งใหญ่ The Great Living Chola Temples
  • พิพิธภัณฑ์ราชาราชาโจฬะ (Rajaraja Chola Museum and Art Gallery) พิพิธภัณฑ์ที่สร้างเพื่อฉลองการครบรอบพันปีของกษัตริย์ราชาโจฬะ (Rajaraja Chola) มหาราชที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของราชวงศ์โจฬะ ผู้ปูทางแห่งความเป็นมหาอำนาจในอินเดียตอนใต้ให้สามารถดำรงอยู่อย่างมั่นคงได้ถึง 2 ศตวรรษ ภายในประกอบด้วยรูปสลักหินของเหล่าเทพเจ้าของชาวฮินดู เช่น เทพโยคะ ทักษิณามูรติ Yoga Daksinamoorthy, พระศิวะนาฏราช (Nataraja), เทพเชษฐา (Jyestha), เทพคชาลักษมี (Gajalakshmi), พระวิษณุ (Vishnu), พระพรหม (Brahma), เทพวินายก (Vinayaka) หรือพระพิฆเนศ, สุริยเทพ (Surya) โคนันทิ (Nandi) และพระโคของพระอิศวร เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมายเกี่ยวกับราชวงศ์โจฬะ เช่น ผังและแผนที่ทางประวัติศาสตร์ของราชวงศ์เป็นต้น

เทวาลัยพฤหธิศวร (Brihadishwarar Temple) สร้างโดยราชวงศ์โจฬะ เสร็จในปีค.ศ.1010 เป็นเทวาลัยที่ทำจากหินแกรนิตที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งแรกของโลก เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมที่แสดงถึงความรุ่งเรืองสูงสุดของราชวงศ์โจฬะ โดยพระเจ้าราชราชา โจฬะ ที่ 1 หรือพระเจ้าอรุณโมษหิวรมัน เป็นองค์ราชูปถัมป์ และเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่สวยงามที่สุดของอินเดีย และได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกโดย UNESCO โดยเป็นส่วนหนึ่งของ “เหล่าเทวาลัยของโจฬะที่ยิ่งใหญ่ Great Living Chola Temple”  ยอดเทวาลัยหรือวิมานะซ้อนลดหลั่น 13 ชั้น มีความสูง 66 เมตร ซึ่งเป็นวิมานะ ที่สูงที่สุดในโลกเช่นกัน บนยอดสุดของวิมานะแกะจากหินแกรนิตเป็นรูปแปดเหลี่ยม หนัก 80 ตัน ภายในเทวาลัยมีศิวลึงก์ประดิษฐานอยู่ มีรูปสลักของโคนันทิที่แกะจากหินก้อนเดียว และตัวเทวาลัยประดับประดาด้วยรูปแกะสลักเป็นของเทพเทวีมากมาย

ทัวร์อินเดียใต้

ทัวร์อินเดียใต้
เทวาลัยพฤหธิศวร (Brihadishwarar Temple)

เมืองติรุชชิรัปปัลลิ (Thiruchirapalli)
เรียกอีกชื่อว่า ติรุจี Tiruchi หรือตรีชี Trichy  เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในรัฐทมิฬนาฑู ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจละตอนต้น ในช่วงระหว่าง 300 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงศตวรรษที่ 3 ต่อมาก็อยู่ในการปกครองของกษัตริย์แห่งราชวงศ์ปัลวะในศตวรรษที่ 8 และถูกปกครองโดยราชวงศ์ปัณฑยะในศตวรรษที่ 12-13 ก่อนที่ราชวงศ์วิชัยนครจะเข้ามาปกครองระหว่างปีค.ศ.1311-1378   

  • เทวาลัยศรีรังคนาถสวามี (Sri Rangnathaswamy Temple) สร้างถวายพระวิษณุ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเทวาลัยฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นหนึ่งในเทวาลัยที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในอินเดียใต้ มีการบูรณะเรื่อยมาในรอบ 400 ปี ราชวงศ์ณายกะบูรณะในศตวรรษที่ 17 มีโคปุระขนาดใหญ่ 21 แห่ง และโคปุระที่สูงที่สุด สูง 73 เมตร ชมมณฑปที่มีเสาค้ำยันหนึ่งพันต้น และรูปแกะสลักงดงามมากมาย
  • เทวาลัยศรี ชุมพูเกศวาระ (Sri Jumbukeshwara Temple) เป็นเทวาลัย 1 ใน 5 ธาตุของพระศิวะ (เทวาลัยธาตุทั้ง 5 ของพระศิวะ ได้แก่ เทวาลัยชุมพูเกศวาระ (ธาตุน้ำ) เทวาลัยอันนามาลัยยาร์ (ธาตุไฟ) เทวาลัยศรีกาลสติ (ธาตุลม) เทวาลัยธยกราชา (ธาตุดิน) เทวาลัยเอกัมพเรสวาระ (ธาตุดิน) และเทวาลัยนาฎราชาร์ (ท้องฟ้า) เทวาลัยแห่งนี้สร้างถวายพระศิวะ พระอุมา และ ธาตุน้ำแห่งพระศิวะ
ทัวร์อินเดียใต้
ทัวร์อินเดียใต้

ทัวร์อินเดียใต้
เทวาลัยศรีรังคนาถสวามี
(Sri Rangnathaswamy Temple)

ทัวร์อินเดียใต้
ชาวทมิฬนาฑุ มีการสวมใส่เสื้อผ้าที่เรียบง่าย บางเบา มีภาษาพูดเป็นของตนเอง

เมืองมธุไร(Madurai)
เมืองแห่งเทวาลัยอันยิ่งใหญ่ของอินเดียใต้ เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองด้วยศิลปะแห่งรัฐทมิฬนาฑู ซึ่งเก่าแก่กว่า 2,000 ปี เคยเป็นราชธานีของราชวงศ์ปัณฑยะในช่วงศตวรรษที่ 7-13 และร่ำรวยจากการค้าทางทะเลกับโรมและจีน ต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรวิชัยนครและเป็นราชธานีของณายกะในช่วงศตวรรษที่ 16-17

ทัวร์อินเดียใต้

ทัวร์อินเดียใต้
เทวาลัยมีนักษีสุนทเรศวร
(Meenakshi Sundareswarar Temple)

เทวาลัยมีนักษีสุนทเรศวร (Meenakshi Sundareswarar Temple)
เป็นเทวาลัยขนาดมหึมา โคปุระ (ทางเข้า) ทั้ง 4 ทิศสูงถึง 50 เมตร ประดับประดาด้วยรูปปั้นเหล่าเทพเจ้าจนถึงยอด เสาประดับระเบียงทางเดินสู่ที่ประดิษฐานรูปเคารพของพระลักษมีและสุนทเรศวร (พระผู้ทรงมีสิริโฉมโสภา) แกะสลักอย่างงดงามอลังการ ภายในมีสระน้ำขนาดใหญ่ สำหรับทำพิธีทางศาสนามีศาลาพันเสา และรูปสลักงดงามนับไม่ถ้วน ซึ่งในห้องที่ประดิษฐานรูปเคารพชั้นในอนุญาตให้เข้าเฉพาะคนที่นับถือฮินดูเท่านั้น

พระราชวังทิรูมาลัย นายากา (Thirumalai Nayaga Palace) ซึ่งสร้างโดยราชวงศ์ณายกะในปีค.ศ.1636 ชมร่องรอยความโอ่อ่าอลังการของพระราชวัง อาทิ ราชบัลลังก์ ห้องรับรอง


เพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อ Update ข่าวสารและโปรโมชั่น
แชร์โพสต์นี้
Scroll to Top