เวียดนามอันซีน
แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำนานาชาติที่เดินทางไกลจากที่ราบสูงทิเบตทางตะวันตกของจีน ไหลผ่านประเทศต่าง ๆ 6 ประเทศระยะทางกว่า 4,000 กม. ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยวิถีชีวิตของผู้คนที่ใช้ชีวิตทั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำและกลางแม่น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิถีชีวิตชาวน้ำเวียดนามในบริเวณสามเหลี่ยมดินดอนปากแม่น้ำ ที่เรียกได้ว่าเป็น “เวียดนามอันซีน” จริงๆ

เวียดนามอันซีน : ตลาดน้ำอันซีนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (Unseen floating market around the Khong River Delta)

วิถีชีวิตของชาวตลาดน้ำของชาวเวียดนาม

แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำนานาชาติที่เดินทางไกลจากที่ราบสูงทิเบตทางตะวันตกของจีน ไหลผ่านประเทศต่าง ๆ 6 ประเทศระยะทางกว่า 4,000 กม. แล้วมากักเก็บไว้ที่ทะเลสาบโตนเล (Lake Tonle) หรือ โตนเลสาบ จากนั้นก็ไหลเข้าสู่ประเทศเวียดนาม ต่อมาก็แตกเป็นสาขา แบ่งเป็น 4 สายหลักซึ่งเรียกบริเวณนี้ว่า “ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (Mekong Delta) ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวในเวียดนามที่เราสามารถสัมผัส “วิถีชีวิตของชาวตลาดน้ำของชาวเวียดนาม” เห็นภาพคนท้องถิ่นพายเรือมาซื้ออาหารเช้าง่าย ๆ อย่าง เฝอ ที่ขายบนเรือ หรือนักท่องเที่ยวอย่างเราได้ซดน้ำซุปร้อน ๆ รสชาติที่คนท้องถิ่นนิยม ซื้ออาหารหรือของทานเล่นท้องถิ่น แม้การต่อรองราคาผลไม้ เช่น แตงโม สับปะรด มะละกอ มะพร้าวที่นำมาขายกันเป็นทะลายๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนุกไม่ใช่น้อย

แม้ว่าดินตอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจะมีถนนตัดแล้วก็ตาม แต่ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เต็มไปด้วยคู คลอง แม่น้ำน้อยใหญ่ตัดผ่านหมู่บ้านแห่ง ทำให้การสัญจรและการขนส่งทางน้ำสะดวกและง่ายมากกว่าทางบก ซึ่งแม่น้ำและคูคลองเหล่านี้หล่อเลี้ยงวัฒนธรรมตลาดน้ำ ซึ่งแตกต่างจากตลาดน้ำในประเทศไทยที่จะเป็นเรือขนาดเล็ก เช่น เรือสำปั้นพาย เรือหางยาว ขณะที่เรือที่ใช้ขนส่งขายของในบริเวณปากแม่น้ำโขงจะมีขนาดใหญ่กว่า และตลาดน้ำในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงที่มีชื่อเสียงมี 7 แห่ง ได้แก่

1.ตลาดน้ำไก๋ซาง (Cái Răng Floating Market)

ตั้งอยู่บนแม่น้ำเกิ่นเท้อ (Cần Thơ River) แม่น้ำสาขาของแม่น้ำเฮาที่ไหลต่อมาจากแม่น้ำบาสซัค (Bassac River) ในกัมพูชา ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขงเช่นกัน ตลาดน้ำไก๋ซางเป็นตลาดน้ำที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุดในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ซึ่งสินค้าสำคัญจะเป็นจำพวกผลไม้ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และสินค้าพิเศษจากภูมิภาค มีเรือเล็กและใหญ่หลายร้อยลำจอดใกล้ๆกัน ทุกเช้า และจะมีสินค้าแขวนไว้บนเรือพร้อมจำหน่าย

ตลาดน้ำไก๋ซางเริ่มประมาณ 05.00 น. ไปวายตอนประมาณเที่ยงวัน ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวตลาดน้ำไก๋ซาง ควรไปถึงก่อน 08.00 น. เนื่องจากจะมีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ในตลาดจึงมีเรือเล็กหลายลำที่ให้บริการอาหารเช้าแบบเวียดนาม ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสัมผัสรสชาติอาหารและกลิ่นอายของวิถีชีวิตแท้จริงของตลาดน้ำไก๋ซางอย่างแท้จริง

เวียดนามอันซีน

เวียดนามอันซีน
เรือแม่ค้าผลไม้ในตลาดน้ำไก๋ชาง

2.ตลาดน้ำฟุ่งเหี๊ยบ (Phụng Hiệp Floating Market)

เป็นตลาดน้ำที่มีชื่อเสียงบนแม่น้ำเก็งสาง (Kênh Xáng River) เป็นหนึ่งในตลาดน้ำที่ใหญ่ที่สุดและมีเอกลักษณ์ที่สุดในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้บริเวณแยกคลองเจ็ดสายของเมืองหงาเบ่ย (Ngã Bảy) ในจังหวัดเฮาซาง (Hậu Giang) เป็นชุมทางการค้าทางน้ำสำคัญที่มีร้านค้าสถานประกอบการตั้งอยู่ตลอดแนวสองฝั่งคลองทั้งเจ็ดสาย ที่ขุดขึ้นเมือง 10 ปีที่แล้วด้วยเรือกว่า 300 ลำ ทำให้ตลาดน้ำฟุ่งเหี๊ยบเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว กลายเป็นทางแยกจราจรทางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของเวียดนาม เป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าของคนในแม่น้ำโขง และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาท่องเที่ยว มีหมู่บ้านหัตถกรรมเกิดขึ้นมากมายที่จัดตั้งเป็นตลาด โดยมีท่าเรือของหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีการสร้างเรือแบบดั้งเดิมอีกด้วย

ตลาดหงาเบ่ย (Nga Bay Market) เป็นตลาดบกที่อยู่ไม่ห่างจากตลาดน้ำฟุ่งเหี๊ยบ มีสินค้าหลากหลายโดยเฉพาะผลไม้ สินค้าเกษตร หัตถกรรม เครื่องใช้ในครัวเรือน และเสื่อทุกชนิด นอกจากในตลาดหงาเบ่ยนี้ยังมีการจำหน่ายสัตว์ต่างๆ เช่น งู เต่า นก กระรอก และอาหารพื้นเมืองที่โดดเด่นที่ขายบนเรือ เช่น บั๊ญแส่ว (bánh xèo ขนมเบื้องญวน) จ๋าซอหรือจ๋าหย่อ (Chả giò ปอเปี๊ยะทอด) และ เฝอ (phở ก๋วยเตี๋ยวนน้ำใสเวียดนาม) เป็นต้น

3.ตลาดน้ำไก๋แบ (Cái Bè Floating Market)

ตั้งอยู่ในบนคลองปากแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง บริเวณชุมชนไก๋แบ่ภายในจังหวัดเตี่ยนซาง เป็นชุมชนผสมผสานระหว่างวิถีการค้าบนน้ำและบนบก เป็นหนึ่งในตลาดน้ำยอดนิยมและน่าหลงใหลที่สุดในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เนื่องจากอยู่ใกล้นครโฮจิมินห์มากที่สุด ต่างจากตลาดอื่นๆ ที่เปิดเฉพาะช่วงเช้า (ตลาดจะวายช่วงสาย) โดยตลาดน้ำไก่แบ่จะเริ่มวายช่วงกลางวันจนไปถึงดึก นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมและสัมผัสความคึกคักของตลาดน้ำในค่ำจนถึงดึกได้

ตลาดน้ำไก๋แบมีประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 17และ18 เพื่ออำนวยความสะดวกในการคมนาคมและการค้าขาย ที่แต่เดิมมีข้อจำกัดในการขนส่งทางบก ตลาดน้ำจึงค่อยๆ กลายเป็นศูนย์กลางการซื้อขายและแลกเปลี่ยนสินค้า และกลายเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ มีประเพณีท้องถิ่น เช่น เทศกาลเล่นโคลนกลางปี ในช่วง 13.00-16.00 น. เมื่อน้ำในคลองลดลง

ตลาดน้ำไก๋แบมีสินค้าที่ค้าขายกันอย่างหลากหลาย ทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ผลไม้ อาหารทะเล ข้าว งานฝีมือ และอาหารพื้นเมือง และอาหารเช้าที่โดดเด่น ได้แก่ หู่เตี๋ยว (Hủ Tiếu ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส ที่ใส่กุ้งลวก หมูชิ้นและหมูสับ และไข่นกกระทา) บุ๋นก้อยซา (Bún gỏi già เป็นเส้นหมี่ขาวน้ำใส ใส่กุ้งลวก และหมูชิ้นติดมันที่ปลายหั่นเป็นแท่งยาว หยอดแนมด้วยน้ำพริกมะขามเปียกเพิ่มรสชาติ) บั๊ญไกญ (Bánh canh  ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส เส้นทำจากแป้งมันสำปะหลังต้ม ใส่กุ้ง หมูชิ้น ปลาหมึกแห้ง ในน้ำซุปซี่โครงหมู) นอกจากนี้ยังมี กาแฟโน่ย (Cà phê nổi กาแฟเวียดนามลอยน้ำ) ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสรสชาติและทัศนียภาพของวิถีชีวิตตลาดน้ำที่คึกคัก

4.ตลาดน้ำฟงเดี่ยน (Phong Dien Floating Market)

ตั้งอยู่บนแม่น้ำเกิ่นเท้อ เป็นแหล่งค้าขายดั้งเดิมของคนท้องถิ่นใน โดยปกติจะเป็นการค้าส่งโดยตรงบนเรือ ตลาดน้ำฟงเดี่ยนแตกต่างจากตลาดน้ำไก๋ซาง ตรงที่ไม่เพียงเป็นการค้าส่งผลิตภัณฑ์ทางเกษตรเท่านั้น แต่ยังมีสินค้อในชีวิตประจำวัน เช่น ของใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้ต่างๆ แผ่นหลังคา มีด พร้า จอบ และอุปกรณ์ตกปลา เช่น แห อวน ตะกร้า และอื่น ๆ รวมทั้งสิ่งของทั่วไปภายในประเทศและต่างประเทศ

นอกจากกิจกรรมการชมตลาดน้ำแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ได้ทำกิจกรรมอีก เช่น การเที่ยวชมสวนผลไม้ท้องถิ่น การล่องเรือสำปั้นพายไปตามคลองเล็ก ๆ ในพื้นที่ เป็นต้น

5.ตลาดน้ำลองเซวียน (Long Xuen Floating Market)

ตั้งอยู่บนแม่น้ำเฮา (Hậu River) ในเมืองลองเซวียน ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัดอันซาง (An Giang) แม้จะเป็นตลาดน้ำที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนัก แต่ตลาดแห่งนี้มีความน่าเชื่อถือมากกว่า คนท้องถิ่นจะใส่ใจและอยากรู้อยากเห็นโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งพวกเขาจะพยายามสื่อสารด้าย เนื่องจากหน้าตาไม่คุ้นเคย ชาวบ้านท้องถิ่นจะนำเรือมาค้าขายเป็นกลุ่มเล็กใหญ่ตามกลุ่มสินค้า ทั้งบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ หรือจอดต่อๆ กันและแถวลอยอยู่กลางแม่น้ำสามสี่ลำบ้าง หรือจอดเดี่ยวๆ ก็มี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพืชและผลไม้ เช่น ผัก แตง ถั่ว กะหล่ำปลี ฟักทอง มันฝรั่ง และขนม ในขณะที่จังหวัดอันซางก็มีอาหารที่มีชื่อเสียงอย่าง ก๋วยเตี๋ยวปลา ด้วยเช่นกัน

6.ตลาดน้ำจ่าโอน (Trà Ôn Floating Market)

เป็นตลาดที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำเฮาเช่นกัน ห่างจากเมืองเกิ่นเท้อมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 25 กม. เป็นตลาดน้ำดั้งเดิมที่มีมาอย่างยาวนานของชาวจ่าโอน เป็นแหล่งค้าขายของพ่อค้ารายใหญ่ ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าส่ง และสินค้าหลักในตลาดน้ำจะเป็นผลไม้ เช่น กล้วย มะพร้าว ฝรั่ง สับปะระด ส้ม ทุเรียน ขณะที่ผลิตผลทางการเกษตร เช่น แตง กระเจี๊ยบ มันฝรั่ง หัวไชเท้า กะหล่ำปี มะระ การซื้อขายจะเป็นกลุ่มๆ จากเรือสู่เรือ แล้วนำไปขายต่อยังตลาดน้ำอื่นๆ สำหรับผู้ค้ารายเล็กที่นำผลิตผลมาขายเอง ก็จะแขวนสินค้าไว้บนราวไม้ไผ่บนเรือที่เรียกว่า “เก่ย แบ่ว (cây bẹo)” เพื่อให้ผู้ซื้อได้เห็นสินค้าในระยะไกล

ขณะที่ตัวตลาดบนบกริมแม่น้ำจะเป็นจุดค้าขายและทำธุรกรรมหรือบริการต่างๆ เช่น ตัดผม ดัดผม ตัดเย็บเสื้อผ้า เป็นต้น รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวของคนในประเทศและต่างประเทศด้วยเช่นกัน ชาวบ้านท้องถิ่นเริ่มนำเรือมาค้าขายตั้งแต่ตี 3 – ตี 4 แต่ช่วงตี 5 ถึง 7 โมงเช้า จะเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการสำรวจตลาด เนื่องจากเป็นช่วงท้องฟ้าเริ่มสว่างแล้วและเป็นช่วงที่คึกคักที่สุด และการมาสัมผัสตลาดน้ำแห่งความมาในเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม เนื่องจากจะมีผลไม้เมืองร้อน เช่น ส้ม ส้มเขียวหวาน มะม่วง สับปะรดมาขาย ซึ่งความคึกคักของตลาดขึ้นอยู่กับกระแสน้ำ “ยิ่งน้ำขึ้น ตลาดก็จะยิ่งวุ่นวาย”

7.ตลาดน้ำหงานัม (Ngã Năm Floating Market)

ตั้งอยู่บริเวณห้าแยกทางน้ำบนคลองหงานัม คำว่า “หงานัม” แปลว่า ห้าทิศ ที่เกิดจากคลองตัดกับแม่น้ำเป็นรูปห้าแฉก ทำให้เกิดชุมชนขึ้นมาต่อมาได้กลายเป็นตลาดหลักของอำเภอหงานัม ห่างจากเมืองซ็อคจาง (Sóc Trăng) เมืองเอกของจังหวัดซ็อคจาง ที่ห่างออกไปทางทิศะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 60 กม.

หงานัมเป็นหนึ่งในชุมชนทางน้ำที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์นับร้อยปีที่มีขนาดใหญ่ในภูมิภาค เชื่อว่าก่อตั้งชุมชนประมาณช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ตามนโยบายบุกเบิกที่ดินของราชวงศ์เหงียนในบริเวณดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ซึ่งในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 อำเภอหงานัมยังคงเต็มไปด้วยพื้นที่ป่าชายเลนและป่ากก มีประชากรเบาบาง ถือว่ายังเป็นดินแดนผจญภัยสำหรับสำรวจบุกเบิกของชาวอาณานิคมฝรั่งเศส หลังจากที่พิชิตอินโดจีนสำเร็จ ชาวฝรั่งเศสได้ขุดสร้างระบบคลองขนาดใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากการจัดการดินแดนใหม่ให้ดีขึ้น หลังจากมีการสร้างตลาดหงานัมขึ้น ผู้คนจากหลากหลายที่ก็มารวมตัวกันเพื่อค้าขายแลกเปลี่ยนในบริเวณนี้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมีทั้งเรือเล็กเรือใหญ่ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร เช่น ข้าว ผัก ผลไม้เมืองร้อน รวมถึงอาหารทะเลด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันก็เป็นเส้นทางหลักล่องไปตามคลองที่ขุดแยกกระจาย เพื่อการค้าขายและการขนส่งสามารถเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ครอบคลุมทั่วสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงและพื้นที่ตอนใต้ของเวียดนาม

ตลาดน้ำหงานัมจะคึกคักอย่างมากในช่วงวันหยุดในเทศกาลตรุษญวนหรือ เต็ต (Tết วันปีใหม่เวียดนาม) มีผู้คนมาจับจ่ายซื้อขายจำนวนมาก คลองหงานัมเต็มไปด้วยเรือขนาดต่างๆ ทั้งเรือสินค้าปลีกลำเล็ก ที่โดดเด่นด้วยราวไม้ไผ่ “เก่ย แบ่ว (cây bẹo)” โชว์สินค้าบอกให้รู้ว่าเรือของตนขายอะไร และเรือค้าส่งลำใหญ่ที่มีการซื้อขายสินค้าจำนวนมาก หลายลำก็การกำลังขนถ่ายสินค้ากันขวักไขว่ เมื่อมาเยือนตลาดหงานัมแล้วสิ่งที่ต้องทำ คือ การชิมอาหารเช้าบนเรือยอดนิยมของคนท้องถิ่น รวมถึงกาแฟเวียดนามร้อน ๆ ทั้งแบบใส่นมข้นหวานและกาแฟดำ ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกดีที่ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวตลาดน้ำท้องถิ่นสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงอย่างแท้จริง

 

Scroll to Top

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า